หากไม่สามารถใช้งานบัญชีทรูมันนี่ได้ อาจเกิดจากสาเหตุดังต่อไปนี้
- ลืมรหัสผ่าน
- เปลี่ยนมือถือใหม่และไม่สามารถสแกนใบหน้าได้
- เปลี่ยนมือถือใหม่และไม่ได้รับรหัส OTP ขณะเข้าสู่ระบบบนเครื่องใหม่
- ไม่ได้เข้าใช้งานบัญชีเป็นระยะเวลานาน
- บัญชีถูกระงับชั่วคราว เนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัย
- บัญชีถูกระงับตามกฎหมาย (พ.ร.ก.) หรือเข้าข่ายบัญชีม้า
- ระบบปฏิบัติการของมือถือ (Android / iOS) เป็นเวอร์ชันเก่า ที่แอปทรูมันนี่ไม่รองรับการทำธุรกรรม
หากคุณกำลังใช้งานผ่าน หน้าแชท สามารถพิมพ์ หัวข้อปัญหาที่พบ เพื่อรับข้อมูลและวิธีแก้ไขเพิ่มเติมได้ทันที
การเข้าใช้งานทรูมันนี่ไม่ได้ เนื่องจากลืมรหัส PIN ต้องทำอย่างไร
หากคุณ ลืมรหัส PIN ของทรูมันนี่ สามารถตั้งรหัสใหม่ได้ตามขั้นตอนดังนี้
- ที่หน้าเข้าสู่ระบบ กด “ลืมรหัส PIN”
- กรอก เลขบัตรประชาชน หรือเลขพาสปอร์ต แล้วกด “ตั้งค่า PIN”
- กรอก รหัส OTP ที่ส่งไปยังหมายเลขโทรศัพท์ที่ผูกกับบัญชีทรูมันนี่ แล้วกด “ยืนยันรหัส OTP”
- ตั้ง รหัส PIN ใหม่ 6 หลัก ตามที่ต้องการ
- กรอก รหัส PIN 6 หลักอีกครั้ง เพื่อยืนยัน
หมายเหตุ: เพื่อความปลอดภัย ไม่ควรเปิดเผย รหัส PIN ให้ผู้อื่นทราบ
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม สำหรับการตั้งรหัสผ่านให้ปลอดภัยได้ ที่นี่
การเข้าใช้งานทรูมันนี่ไม่ได้ เนื่องจากเปลี่ยนมือถือใหม่และสแกนใบหน้าไม่ผ่าน
หากคุณเปลี่ยนโทรศัพท์เครื่องใหม่และ ไม่สามารถเข้าสู่ระบบได้เนื่องจากสแกนใบหน้าไม่ผ่าน แนะนำให้ตรวจสอบและทำตามคำแนะนำดังนี้
- ถอดหมวกและแว่นตา ก่อนทำการสแกนใบหน้า
- ถอดหน้ากากหรือสิ่งที่บดบังใบหน้า ออกให้เรียบร้อย
- ทำการสแกนใน บริเวณที่มีแสงสว่างเพียงพอ
- ไม่สามารถใช้รูปถ่ายหรือภาพจากหน้าจอ แทนการสแกนใบหน้าได้
- ไม่ใช้ฟิลเตอร์หรือเอฟเฟกต์แต่งภาพ ระหว่างการสแกนใบหน้า
แนะนำให้ถือโทรศัพท์ให้อยู่ ระดับใบหน้าและสแกนตามขั้นตอนที่ระบบแนะนำบนหน้าจอ เพื่อเพิ่มโอกาสในการสแกนสำเร็จ.
เปลี่ยนมือถือใหม่และไม่ได้รับ OTP ขณะเข้าสู่ระบบทรูมันนี่ ต้องทำอย่างไร
หากไม่ได้รับรหัส OTP ผ่าน SMS สามารถตรวจสอบตามขั้นตอนดังนี้
- หากใช้โทรศัพท์แบบ 2 ซิม (Dual SIM) ให้ถอดซิมที่ไม่ได้ใช้งานออก แล้วปิด–เปิดเครื่องโทรศัพท์ใหม่ 1 ครั้ง
- ติดต่อผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ เพื่อตรวจสอบว่ามีการระงับการรับ SMS หรือไม่ หากมีให้แจ้งยกเลิกการระงับ
- ตรวจสอบว่าหมายเลขโทรศัพท์ยังใช้งานได้ตามปกติ และไม่ได้ถูกระงับบริการ (หากไม่สามารถโทรออกได้ อาจหมายถึงหมายเลขถูกระงับ จึงไม่สามารถรับ SMS ได้)
หมายเหตุ: ระบบไม่สามารถเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์สำหรับรับ OTP ได้ โดย OTP จะถูกส่งไปยังหมายเลขที่ผูกกับบัญชีเท่านั้น
การเข้าใช้งานทรูมันนี่ไม่ได้ เนื่องจากไม่ได้ใช้งานบัญชีเป็นระยะเวลานาน
หากลูกค้าไม่ได้เข้าใช้งานทรูมันนี่ เป็นระยะเวลานาน ระบบจะขอให้ยืนยันตัวตนก่อนเข้าสู่ระบบอีกครั้ง
โดยต้องดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้
- กรอกหมายเลขโทรศัพท์ ที่ผูกกับบัญชีทรูมันนี่
- ยืนยันตัวตนด้วยรหัส OTP ที่ระบบส่งไปยังหมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าว
- กรอกรหัส PIN 6 หลัก
หากจำรหัส PIN ไม่ได้ สามารถกรอก หมายเลข JC ด้านหลังบัตรประชาชน แทนได้ - ทำการสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตน ตามขั้นตอนที่ระบบแสดงบนหน้าจอ
เมื่อลูกค้ายืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว จะสามารถเข้าใช้งานบัญชีทรูมันนี่ได้ตามปกติ
การเข้าใช้งานทรูมันนี่ไม่ได้ เนื่องจากบัญชีถูกระงับชั่วคราว
หากไม่สามารถเข้าใช้งานทรูมันนี่ได้ อาจเป็นเพราะ บัญชีถูกระงับการใช้งานชั่วคราวด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย
การระงับบัญชีอาจเกิดขึ้นเมื่อระบบตรวจพบความผิดปกติในการใช้งาน หรือกิจกรรมที่อาจมีความเสี่ยง เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับบัญชีของผู้ใช้งาน
แนะนำให้ลูกค้าติดต่อ True Money Customer Care ผ่านแอปทรูมันนี่ช่องทางแชท โดยพิมพ์ข้อความ
“ขอติดต่อเจ้าหน้าที่” เมื่ออยู่ที่หน้าแชท
การเข้าใช้งานทรูมันนี่ไม่ได้ เนื่องจากบัญชีถูกระงับจาก พรก. / บัญชีม้า
หากไม่สามารถเข้าใช้งานบัญชีทรูมันนี่ได้ เนื่องจากบัญชีถูกระงับตาม พ.ร.ก. หรือเข้าข่ายบัญชีม้า ลูกค้าจะไม่สามารถใช้งานบัญชีหรือทำธุรกรรมใด ๆ ได้ชั่วคราว
แนะนำให้ลูกค้าติดต่อ True Money Customer Care ผ่านแอปทรูมันนี่ช่องทางแชท โดยพิมพ์ข้อความ
“ขอติดต่อเจ้าหน้าที่” เมื่ออยู่ที่หน้าแชท
การเข้าใช้งานทรูมันนี่ไม่ได้ เนื่องจากระบบปฏิบัติการของมือถือเป็นเวอร์ชันเก่า
หากไม่สามารถเข้าใช้งานทรูมันนี่ได้ อาจเกิดจากระบบปฏิบัติการของโทรศัพท์ (Android / iOS) เป็นเวอร์ชันเก่าที่แอปทรูมันนี่ไม่รองรับในการทำธุรกรรม
แนะนำให้อัปเดตระบบปฏิบัติการของโทรศัพท์เป็นเวอร์ชันล่าสุด และอัปเดตแอปทรูมันนี่ให้เป็นเวอร์ชันปัจจุบัน จากนั้นลองเข้าใช้งานอีกครั้ง หากยังไม่สามารถใช้งานได้
ให้ลูกค้าติดต่อ TrueMoney Customer Care ผ่านแอปทรูมันนี่ช่องทางแชท โดยพิมพ์ข้อความ
“ขอติดต่อเจ้าหน้าที่” เมื่ออยู่ที่หน้าแชท
สแกนใบหน้าไม่สำเร็จ อาจเกิดจากสาเหตุดังต่อไปนี้ พร้อมวิธีแก้ไข
- สวมหมวกหรือแว่นตา
แนะนำให้ถอดหมวกและแว่นตาก่อนทำการสแกนใบหน้า - มีสิ่งบดบังใบหน้า เช่น หน้ากากอนามัย (แมส)
ควรถอดหน้ากากหรือสิ่งที่บดบังใบหน้าออก เพื่อให้เห็นใบหน้าชัดเจน - อยู่ในบริเวณที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอ
แนะนำให้ย้ายไปสแกนในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ และหลีกเลี่ยงแสงย้อน - ใช้รูปถ่ายหรือภาพจากหน้าจอแทนการสแกนใบหน้าจริง
ระบบต้องการการสแกนใบหน้าจริงผ่านกล้องโทรศัพท์ ไม่สามารถใช้รูปภาพแทนได้ - ใช้ฟิลเตอร์หรือเอฟเฟกต์แต่งภาพระหว่างการสแกน
ควรปิดฟิลเตอร์หรือเอฟเฟกต์ของกล้องก่อนทำการสแกน
ใบหน้าปัจจุบันแตกต่างจากภาพบนบัตรประชาชนอย่างชัดเจน
เช่น ภาพบนบัตรเป็นตอนเด็ก แต่ปัจจุบันเป็นผู้ใหญ่ แนะนำให้ทำบัตรประชาชนใหม่ก่อนสมัครหรือยืนยันตัวตนในระบบ

.png)